โลกของด้วงกว่าง Dynastinae

ด้วงกว่าง ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ Dynastinae

วงจรชีวิตของพวกมันก็จะคล้ายกับแมลงปกติเป็นจะวางไข่เป็นตัวอ่อนแปลงมาเป็นหนอนและก็กลายเป็นดักแด้พวกมันดำรงชีพอยู่ในดินอาหารของพวกมันก็จะเป็นธาตุอาหารจากทางธรมมชาติอย่างเช่นพวกซากไม้ผุมูลสัตว์ที่ผสมอยู่ในนั้นตัวหนอนของด้วงกว่างนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่ลำตัวถูกใจมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนตัวอ่อนของพวกด้วงกว่างนั้นจะแตกต่างจากแมลงจำพวกอื่นๆเป็นส่วนของหัวที่มีขนาดใหญ่มีฟันกรามหรือเขี้ยวของมันแล้วก็พวกมันจะมีรูหายใจข้างลำตัวโดยจะมีบ้องทั้งผอง 8 บ้อง

ปกติแล้วพวกมันจะกินอาหารในดินนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเทียวไปเทียวมาระยะของดักแด้ของมันจะอยู่ราว 1 ปี กระทั่งจะโตผุดจากดินเพียงพอมันโตเต็มวัยพวกมันจะแก่ได้เพียง 2 – 3 เดือนเท่านั้นเอง พวกด้วงกว่างจะมีลักษณะเด่นพิเศษกว่าพวกแมลงชนิดอื่นเพศผู้จะมีขนาดใหญ่มากไม่น้อยเลยทีเดียวมีอวัยวะบริเวณส่วนของหัวที่มันผลิออกออกมาจากหัวอย่างกับพวกมันมีเขาอยู่ด้านบนหัวจะมีแบบจำนวนและลักษณะที่ต่างกันออกไปตามชนิดของพวกมัน ส่วนตัวเมียนั้นจะมีขนาดที่เล็กกว่าจำนวนมากแล้วหลังจากนั้นก็มีเขาที่เล็กล้นหลามๆหรืออาจจะไม่มีเลยพวกด้วงกว่างจะใช้เขาในการต่อสู้หรือป้องกันตัวโดยมากมันจะสู้กันเพื่อแย่งตัวเมียขยายพันธุ์ถึงแม้ว่าการต่อสู้ของพวกมันก็ไม่ได้ดุเด็ดเผ็ดมันเหมือนกับสัตว์บางชนิดที่สู้กันจนตาย

โลกของด้วงคีม Lucanidae

ด้วงคีม ชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ Lucanidae วงจรชีวิตของพวกมันก็ไม่มีความต่างจากแมลงปกติก็จะเหมือนกับด้วงกว่างเป็นตกไข่ตัวหนอนรวมทั้งเติบโตในซากของไม้ที่ผุแม้ว่าพวกมันจะไม่ตกไข่ไว้ในดินด้วยเหตุว่าระยะตอนที่เป็นตัวหนอนพวกมันจะหาเลี้ยงตัวอาหารตามพวกไม้ที่ผุเห็ดราที่สังกัดตามไม้พวกนั้นระยะของการฟักไข่ก็เป็นเวลายาวนานมากราวด้วงกว่างเป็นใช้เวลาเป็นปีกว่าจะผุดจากดินด้วงคีมโดยปกติจะไม่ก้าวร้าวกับมนุษย์สามารถพบบ่อยบนโลกขนาดของพวกมันจะเฉลี่ยอยู่ที่ราว 12 เซนติเมตร

แต่บางจำพวกก็มีขนาดแค่เพียง 5 เซนติเมตรเท่านั้นสามารถพบเจอได้ในป่าเบญจพรรณป่าดงดิบแล้งตอนภาคเหนือแล้วก็ภาคตะวันออกหรือพื้นที่มีระบบระเบียบนิเวศที่สมบูรณ์บริบูรณ์ส่วนใหญ่จะพบได้ในช่วงฤดูฝนจะมีมากมายก่ายกองพวกมันเป็นจำพวกที่หาได้ยากจำนวนมากแล้วเนื่องจากว่าพวกมันใกล้ที่จะสิ้นพันธุ์เพิ่มมากขึ้นทุกคราวคนไทยโดยส่วนมากถูกใจเลี้ยงด้วงคีมเป็นสัตว์เลี้ยงเอาไว้โชว์หรือจะเอามาสู้กันกับเพื่อนก็ได้

Author: Bessie Warren